วันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

อึ้ง!! ชาร์จแบตโน้ตบุ๊ก "ระเบิด" ไฟไหม้ห้อง


เตือนกันไว้! ชาร์จแบตฯ คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คทิ้งไว้ในห้องพักรีสอร์ท เกิดระเบิดไฟไหม้เตียงนอน ซากแบตฯกระจัดกระจายเกลื่อน ส่วนคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คกระเด็นไปอยู่อีกมุมหนึ่งของเตียง และฝ้าเพดานถูกควันไฟเผาเสียหายครึ่งห้อง เจ้าของห้องเผยชาร์จแบตฯทิ้งไว้แล้วออกไปซื้อของตามปกติ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงถึงขั้นไฟไหม้ แต่หลังจากนี้คงต้องระมัดระวังมากขึ้น
เมื่อเวลา 13.05 น. วันที่ 8 ก.ค. ร.ต.ต.ปรเมศฐ์ เธียรอุมา ร้อยเวร สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งเหตุเพลิง ไหม้ในรีสอร์ท “เดอะ คอทเทจ แอท สมุย” ตั้งอยู่บริเวณหาดละไม หมู่ 3 ต.มะเร็ต จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ในที่เกิดเหตุพบกลุ่มควันพุ่งออกจากห้องพักหมายเลข A6 เจ้าหน้าที่จึงทำการดับเพลิงที่กำลังลุกไหม้ โดยใช้เวลา 5 นาที เพลิงจึงสงบลง จากการตรวจสอบในห้องพัก พบบนเตียงนอนมีรอยไฟไหม้เสียหาย โดยมีซากแบตเตอรี่คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กกระจัดกระจายบนที่นอน ส่วนคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก กระเด็นไปอยู่อีกมุมหนึ่งของเตียง และฝ้าเพดานถูกควันไฟเผาเสียหายครึ่งห้อง มูลค่าความเสียหายประมาณ 2 แสนบาท
สอบสวนนางวรรณธิรา มุสิกา พนักงานรีเซฟชั่นของรีสอร์ท กล่าวว่าก่อนเกิดเหตุนายซีริลเจนเฮนรี่ กาล์ลี่ ชาวฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเจ้าของรีสอร์ทและพักอยู่ในห้องดังกล่าว ได้ออกจากรีสอร์ทไปซื้อของที่ห้างโลตัสเกาะสมุยประมาณครึ่งชั่วโมงก็ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด และกลิ่นไหม้พร้อมกลุ่มควันไฟโชยออกมาจากห้องพัก จึงรีบแจ้งให้ตำรวจทราบ
ด้านนายซีริลเจนเฮนรี่กล่าวว่า ตนได้ชาร์จแบตเตอรี่คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กวางไว้บนที่นอนก่อนออกไปซื้อของ จากนั้นไม่นานพนักงานรีสอร์ทได้โทรศัพท์ไปบอกว่าไฟไหม้ห้องพักของตนจึงรีบกลับมาดู และรู้สึกตกใจเพราะตนชาร์จแบตเตอรี่คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กทิ้งไว้เป็นประจำ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงถึงขั้นไฟไหม้ได้ แต่หลังจากนี้คงต้องระมัดระวังมากขึ้น.

วันพฤหัสบดีที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ไมโครซอฟท์-ยาฮูปรับเกมใหม่ + แย่งจีบธุรกิจสื่อมาเป็นพาร์ตเนอร์/นักวิเคราะห์ชี้เอโอแอลคู่ยาฮูลงตัว



ไมโครซอฟท์-ยาฮูปรับเกมใหม่ + แย่งจีบธุรกิจสื่อมาเป็นพาร์ตเนอร์/นักวิเคราะห์ชี้เอโอแอลคู่ยาฮูลงตัว
ปูดความเคลื่อนไหวหลังดีลไมโครซอฟท์-ยาฮูล่ม สื่อนอกเผยต่างฝ่ายเร่งเจรจาหาพาร์ตเนอร์ร่วม พุ่งเป้ากลุ่มธุรกิจด้านสื่อ ทั้งเอโอแอล ไทม์วอร์เนอร์ ด้านนักวิเคราะห์ของซิตี้กรุ๊ปประเมิน ยาฮูคู่เอโอแอลเหมาะสมลงตัว เหตุช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจโฆษณาออนไลน์ได้มาก
สื่อต่างประเทศทั้งซีเอ็นบีซี รอยเตอร์ส และวอลล์ สตรีต เจอร์นัลรายงาน ความเคลื่อนไหวหลังความพยายามเมื่อเกือบ 2 เดือนที่แล้วในการเจรจารวมธุรกิจระหว่างค่ายผู้ผลิตซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่ ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น และผู้พัฒนาเว็บท่าชั้นนำอย่างยาฮู อิงค์ ต้องล้มเลิกไปเพราะไม่สามารถสรุปมูลค่าทางธุรกิจได้ ล่าสุด ต่างฝ่ายต่างพยายามหาทางออกด้วยการแยกจัดการเจรจาหาพาร์ตเนอร์รายใหม่ในด้านสื่อเข้ามาเสริมธุรกิจแทน
กรณีของไมโครซอฟท์ แม้จะลดแผนที่จะซื้อธุรกิจของยาฮูทั้งหมดลงมาเหลือเพียงแค่ข้อเสนอซื้อธุรกิจบริการค้นหาข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตเพียงอย่างเดียวแต่ก็ไม่สำเร็จนั้น จากการเสนอของสำนักข่าวต่างประเทศอ้างแหล่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อว่า มีการหารือข้อเสนอกับบริษัท ไทม์ วอร์เนอร์ อิงค์ ซึ่งเป็นเจ้าของเว็บเอโอแอล และหารือกับบริษัท นิวส์ คอร์ป ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเว็บมายสเปซ แต่การเจรจาทั้งหมดยังคงอยู่ในขั้นต้นเท่านั้น
ส่วนยาฮูเอง นอกจากจะตกลงความร่วมมือกับกูเกิลในด้านธุรกิจบริการค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตแล้ว อีกด้านหนึ่งยังหารือกับสื่อไทม์ วอร์เนอร์มาร่วมหลายเดือนแล้ว เพื่อหาแนวทางควบรวมธุรกิจระหว่างเอโอแอลและยาฮูเสริมความแข็งแกร่งในด้านการเป็นผู้เล่นในตลาดสื่อและโฆษณาออนไลน์
ในการจับคู่ธุรกิจระหว่างยาฮู-เอโอแอลได้รับการสนับสนุนจากนักวิเคราะห์ของซิตี้กรุ๊ปที่มองว่า จะก่อให้เกิดมูลค่าทางธุรกิจที่สำคัญทั้งยังจะสร้างความพอใจให้กับคณะกรรมการบริหารและผู้ถือหุ้นในยาฮูที่ต้องการเห็นการควบรวมของยาฮู
เอโอแอลเดิมซึ่งถือเป็นผู้เล่นรายสำคัญที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอินเตอร์เน็ต แต่ปัจจุบันธุรกิจของเอโอแอลกลับเข้าสู่ภาวะร่วงโรยในฐานะหน่วยธุรกิจหนึ่งของอาณาจักรสื่อไทม์ วอร์เนอร์ ซึ่งแม้ทางบริษัทแม่จะไม่เคยประกาศอย่างเป็นทางการที่จะขายเอโอแอลออกไป แต่ก็มีการคาดการณ์กันอย่างกว้างขวางถึงความเป็นไปได้ในการควบรวมระหว่างเอโอแอล กับยาฮู ซึ่งในทรรศนะของนักวิเคราะห์ของซิตี้กรุ๊ป เห็นว่า หากทั้งสองฝ่ายจับมือร่วมกันก็จะช่วยเพิ่มอำนาจการแข่งขันสู้กับคู่แข่งที่มีทุนหนาอย่างไมโครซอฟท์ และบริษัทอินเตอร์เน็ตยักษ์ใหญ่อย่างกูเกิล
ตามรายงานของซิตี้กรุ๊ปตอนหนึ่งระบุว่า การควบรวมระหว่างธุรกิจด้านสื่อออนไลน์ของไทม์ วอร์เนอร์ และยาฮู ถูกมองข้ามจากนักลงทุนโดยทั่วไป ทั้งที่การควบรวมกันถือเป็นยุทธศาสตร์ที่สมเหตุสมผลที่สุดทั้งในด้านของโอกาสทางธุรกิจและด้านมูลค่าทางธุรกิจอีกมหาศาล ประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น เป็นต้นว่า ข้อตกลงควบรวมธุรกิจที่จะสร้างมูลค่าได้ถึง 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปีหรือคิดเป็นมูลค่ารวมทั้งหมดประมาณ 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งมูลค่าที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากการประหยัดต้นทุนการควบรวมธุรกิจในเชิงกายภาพ ที่ช่วยลดความซ้ำซ้อนในการสร้างสรรค์เนื้อหา ลดบุคลากร และงบด้านการวิจัยและพัฒนา ขณะเดียวกัน การควบรวมระหว่างธุรกิจทั้งสองยังหมายถึงตลาดโฆษณาด้านดิสเพลย์ที่ขยายใหญ่ขึ้น ตลอดจนแหล่งทรัพยากรข้อมูลในด้านค้นหาออนไลน์ที่ขยายกว้างขึ้น ซึ่งปัจจุบันเป็นตลาดที่กูเกิลครอบครองอยู่
ในเชิงทฤษฎี ไทม์ วอร์เนอร์ยังบรรลุผลที่จะให้ธุรกิจของเอโอแอลได้ฉายศักยภาพได้อย่างเต็มที่ เพราะการควบรวมกับยาฮูย่อมได้มาซึ่งขนาดตลาดที่ใหญ่ขึ้นเป็นประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย ขณะเดียวกันไทม์ วอร์เนอร์ยังได้ถือหุ้นของบริษัทอินเตอร์เน็ตคู่แข่งไปโดยปริยาย และสุดท้าย นักวิเคราะห์ยังมองว่า ข้อเสนอการควบรวมดังกล่าวยังจะทำให้ยาฮูสามารถรักษาความเป็นอิสระทางธุรกิจของตน ไม่ต้องเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรคู่แข่งที่ใหญ่กว่า ซึ่งอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อโอกาสพัฒนาการเติบโตและแนวคิดสร้างสรรค์ทางธุรกิจ
ขณะที่ ข้อตกลงที่ทำไว้กับกูเกิลในการร่วมมือด้านบริการค้นหาออนไลน์ นักวิเคราะห์ของซิตี้กรุ๊ปเชื่อว่า ไม่ใช่ว่ายาฮูถอดใจกับการทำธุรกิจค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตของตนเพียงแต่ต้องการร่วมมือกับพาร์ตเนอร์สักรายที่จะช่วยผลักดันให้บริการของยาฮูเติบโตต่อไปได้มากกว่า ซึ่งถึงตอนนี้ ความร่วมมือของทั้งสองอยู่ระหว่างการดำเนินการสอบโดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เพื่อชี้ขาดว่าจะเป็นการควบรวมที่สร้างธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่ขัดกับกฎต่อต้านการผูกขาดตลาดหรือไม่

วันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

Wikileaks.org เว็บไซต์ของนักเปิดโปง


ถ้าคุณมีความลับอยากจะบอก แต่ไม่รู้จะไปบอกใครดี ที่นี่เป็นที่สำหรับคุณ!!!
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นี่ไม่ใช่เว็บไซต์ธรรมดาๆ ทั่วไป ทั้งในแง่รูปแบบและเนื้อหา โดยรูปแบบของเว็บเป็นการนำระบบของ Wikipedia หรือสารานุกรมออนไลน์ชื่อดังมาใช้ ทำให้ใครก็ตามสามารถเข้าไปแก้ไขบทความหรือเนื้อหาได้ตลอดเวลา
ส่วนความไม่ธรรมดาในแง่ของเนื้อหานั้นก็คือ ที่นี่เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลความลับต่างๆ ปัญหาความไม่ชอบธรรม เรื่องราวการคอร์รัปชั่น หรือเรื่องที่สาธารณชนควรรับรู้ โดยอาจเป็นข้อมูลของรัฐบาล ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ความลับทางการทหาร ไม่เว้นแม้กระทั่งความลับขององค์กรทางศาสนา
เว็บไซต์ที่ว่านี้มีชื่อว่า Wikileaks.org ซึ่งเปิดตัวมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2007 หรือเป็นเวลา 18 เดือนแล้วที่สมาชิกใน Wikileaks ได้เข้ามาเผยแพร่บทความเปิดโปงความลับและเรื่องอื้อฉาวต่างๆ จนเป็นที่กล่าวขวัญกันไปทั่วโลก ขณะเดียวกันก็ถูกเพ่งเล็งจากรัฐบาลในหลายประเทศแล้วเช่นกัน เพราะเว็บไซต์นี้เปิดรับข้อมูลจากทั่วโลก โดยเน้นประเทศในเอเชีย ละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง แอฟริกา และกลุ่มประเทศที่เคยเป็นอดีตสหภาพโซเวียต
เรื่องแรกที่นำมาเปิดโปงตั้งแต่ก่อนเปิดตัวเว็บไซต์อย่างเป็นทางการก็คือ การปล้นชาติในประเทศเคนยา ด้วยอำนาจการบริหารของอดีตประธานาธิบดี Daniel Arap Moi ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็ได้สร้างความวุ่นวายในระหว่างการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่กำลังจะเกิดขึ้นพอสมควร
ถัดมาเป็นการเปิดโปงปฏิบัติการควบคุมตัวนักโทษในคุกของสหรัฐอเมริกาที่อ่าวกวนตานาโม โดย Wikileaks ระบุว่าสหรัฐมีนโยบายซ่อนตัวนักโทษบางคน จากการช่วยเหลือขององค์การกาชาดสากล รวมทั้งยังมีการใช้สุนัขในการข่มขู่นักโทษอีกด้วย
บทความต่างๆ เหล่านี้สร้างความไม่พอใจแก่กระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมาก เพราะถือเป็นการนำความลับสุดยอดทางทหารมาเปิดเผย ขณะที่ Julian Assange หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Wikileaks บอกว่านี่เป็นเรื่องที่ทุกคนมีสิทธิ์รับรู้ถึงความไม่ชอบธรรมที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่เกิดในประเทศของตัวเอง นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลความลับและความไม่ชอบธรรมในประเทศต่างๆ อีกนับร้อยประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย
Julian เป็นชาวออสเตรเลียโดยกำเนิด แต่ขณะนี้อาศัยอยู่ในแอฟริกา นอกจากเขาจะเป็นผู้ก่อตั้ง Wikileaks แล้ว Julian ยังเป็นนักเขียนและแฮคเกอร์อีกด้วย ซึ่งเหตุนี้เองที่อาจจะทำให้เว็บไซต์แห่งนี้อยู่รอดปลอดภัยจากการปิดกั้นเสรีภาพในการเผยแพร่ข้อมูลมาจนถึงทุกวันนี้
เจ้าของชื่อ Wikileaks ที่แท้จริงนั้นอาศัยอยู่ในเคนยา แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้เรื่องเว็บไซต์แห่งนี้มากนัก ส่วนเซิร์ฟเวอร์ก็ดูเหมือนจะตั้งอยู่ในประเทศสวีเดน แต่จริงๆ ยังมีเซิร์ฟเวอร์สำรอง (mirror) ตั้งอยู่มากมายทั่วโลก แม้กระทั่ง Ben Laurie ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบความปลอดภัยของ Wikileaks และยังเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาของเว็บ ก็ยังไม่รู้ว่าเซิร์ฟเวอร์ที่แท้จริงตั้งอยู่ที่ไหนกันแน่ และใครเป็นผู้ดูแลเว็บนอกเหนือจากผู้ก่อตั้งอย่าง Julian
นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่สมาชิกทั่วโลกต่างยอมรับในการรักษาความลับได้เป็นอย่างดีของ Wikileaks จึงนำเรื่องราวต่างๆ มาเผยแพร่กันอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ทีมงานพบว่าหลายครั้งมีบทความที่ไม่น่าเชื่อถือปะปนอยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่ง Julian ก็กำลังพิจารณาว่าจะเลิกใช้ระบบ Wiki ดีหรือไม่ และจะเปลี่ยนมาเผยแพร่บทความก็ต่อเมื่อเรื่องที่สมาชิกส่งเข้ามาได้รับการพิสูจน์ความจริงแล้วเท่านั้น
“เวลานี้เป็นยุคของนักสื่อสารมวลชนและนักเคลื่อนไหวต่างๆ ที่จะได้เผยแพร่ข้อมูลได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลใดๆ หรือไม่ต้องเซ็นเซอร์ตัวเองอีกต่อไป คุณลองนึกถึงโลกที่รัฐบาลหรือบริษัทคอยดูแลประชาชนและพนักงานบริษัทให้อยู่กันอย่างมีความสุขสิ นั่นคือโลกที่เรากำลังสร้างให้มันเป็นจริงขึ้นมา”
แม้วันนี้ Julian จะวาดฝันไว้อย่างสวยหรู แต่ยังไม่มีใครรับประกันได้ว่า Wikileaks จะอยู่รอดปลอดภัยไปได้นานเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นเว็บไซต์ที่มีแนวคิดและอุดมการณ์อันสร้างสรรค์และน่ายกย่องไม่น้อย ในสภาวะมีความไม่ชอบธรรมและทุจริตเกิดขึ้นไปทั่วทุกหัวระแหง