วันอังคารที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2551

4 คุณสมบัติหลัก ที่ Netbook ควรมี


Netbook หรือ Mini Notebook ซึ่งกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ควรมีคุณสมบัติพื้นฐานอย่างน้อย 4 ข้อ ต่อไปนี้... ทุกวันนี้โน้ตบุ๊คขนาดเล็กที่เรียกว่า Netbook กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ รุ่นที่ได้รับความนิยมไม่น้อยก็อย่างเช่น Eee PC ของ Asus และ Aspire One ของ Acer ซึ่งหันมาเจาะตลาดคนรุ่นใหม่ที่ชอบความกะทัดรัด ไม่แพง และใช้ง่าย
แต่ใครจะรู้ล่ะว่าจริงๆ แล้วคุณสมบัติพื้นฐานของ Netbook ที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ใฝ่หานั้นเป็นอย่างไร ผลการสำรวจดังต่อไปนี้ เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกามาบอกเล่าสู่กันฟัง ซึ่งอาจจะเป็นแนวทางสำหรับผู้ผลิตที่คิดจะเพิ่มยอดขายในไทยได้เช่นกัน
คุณสมบัติพื้นฐานที่ผู้บริโภคอยากได้จาก Netbook มีอยู่อย่างน้อย 4 ข้อ ได้แก่
1. แบตตเตอรี่ควรใช้ได้นานอย่างน้อย 4 ชั่วโมง สำหรับการเปิดเครื่องนานติดต่อกันโดยไม่เสียบปลั๊กเลย แต่จริงๆ แล้วผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องการแบตเตอรี่ที่ใช้ได้นาน “ทั้งวัน” เพราะตัวเครื่องที่เล็ก ทำให้คนมักจะคิดว่ามันไม่น่าจะกินไฟมากนักนั่นเอง
2. ควรมีระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตนอกเหนือจาก wifi ในกรณีที่ผู้ใช้ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่มีสัญญาณ wifi เช่น การ์ด 3G ซึ่งเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือได้ (ในสหรัฐใช้ 3G เป็นเรื่องปกติ แต่ในเมืองไทย???)
3. ขอแค่มี hardware พื้นฐาน แต่ระบบต้องแรงพอตัว เพราะผู้ใช้ Netbook ย่อมไม่ต้องการการ์ดจอที่หรูหรา แต่กินไฟแบตเตอรี่มหาศาล ขอแค่มีลำโพงที่พอใช้ได้ คีย์บอร์ดที่สบายนิ้วมือ จอที่สบายตา แค่นั้นก็พอ ส่วนความแรงนั้น ขณะนี้ Netbook ในตลาดถือว่ามีอยู่พอตัว เพราะส่วนใหญ่ใช้ชิพ Intel Atom เป็นมาตรฐานแล้ว
4. ตัวเครื่องควรแข็งแรง ทนทานพอควร เพราะโดยธรรมชาติของการใช้งาน Netbook ย่อมจะถือไปใช้งานนอกบ้านอยู่แล้ว บางครั้งเครื่องอาจมีการกระแทกหรือตกหล่นบ้าง ก็ต้องไม่พังอย่างง่ายดาย

ตะลึง! สุดประหลาด..."รุ้งหงาย" บนฟ้า


เคยเห็นแต่ภาพสายรุ้งตั้งพาดท้องฟ้าอย่างสวยงาม แต่ท้องฟ้าที่เมืองเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ทำให้ผู้ที่พบเห็นประหลาดใจ ที่เจอรุ้งหงายบนฟ้าเหมือนรูป "หน้ายิ้ม"
ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า "เซอร์คัมซีนิทัล อาร์ค (Circumzenithal arc)" แม้จะคล้ายรุ้งแต่ไม่ใช่รุ้ง เพราะเกิดจากการหักเหของแสงอาทิตย์ ผ่านผลึกน้ำแข็งแนวนอนที่มีขนาดเท่าๆ กับเม็ดเกลือในก้อนเมฆบางประเภท
เวบไซต์ http://funscience.gistda.or.th/rainbow/skyobserver.html อธิบายไว้ว่า "เซอร์คัมซีนิทัล อาร์ค" มีรูปร่างเป็นโค้งสีรุ้ง ขนาดประมาณ 1 ใน 4 ของวงกลม จุดศูนย์กลางอยู่ที่จุดกลางฟ้า สีฟ้าจะอยู่ด้านในของโค้ง ขณะที่สีแดงจะอยู่ด้านนอกของโค้ง เป็นตำแหน่งสีที่ตรงข้ามกับรุ้งกินน้ำ
"เซอร์คัมซีนิทัล อาร์ค" เกิดเมื่อดวงอาทิตย์อยู่ที่ตำแหน่ง 0-32.2 องศาจากขอบฟ้า แต่ที่ 0 องศา และ 32.2 องศาจะสว่างน้อยมาก และสว่างที่สุดเมื่อดวงอาทิตย์อยู่ในตำแหน่ง 22 องศา มันมีสีสันสดใสมากกว่า "รุ้งกินน้ำ หรือเรนโบว์" ที่เกิดจากฝนตก
ดร.แจ๊กเกอลีน มิตตัน นักแอสโตรฟิสิกส์ จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ผู้ที่ถ่ายรูปรุ้งหงายไว้ได้ กล่าวว่า "ตั้งแต่ฉันเกิดมาจนตอนนี้อายุ 60 ปี ก็เพิ่งเคยเห็นรุ้งหงายเป็นครั้งแรก รุ้งหงายต้องเกิดเมื่อสภาพทุกๆ อย่างบนท้องฟ้าอยู่ในลักษณะเหมาะสม คือก้อนเมฆมีผลึกน้ำแข็ง และท้องฟ้าแจ่มใส แต่ก็น่าประหลาดใจเหมือนกันที่เห็นที่เคมบริดจ์ เพราะปกติแล้วรุ้งหงายจะเกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวกว่านี้"
"เซอร์คัมซีนิทัล อาร์ค" จะหายไปจากท้องฟ้าอย่างรวดเร็วมาก เพราะเมฆที่มีผลึกน้ำแข็งเคลื่อนที่ไปที่อื่น แม้ในกลุ่มเมฆจะมีผลึกน้ำแข็งมากมาย แต่ "รุ้งหงาย" จะเกิดขึ้นโดยกลุ่มเมฆต่ำ คือ 20,000-25,000 ฟุตเท่านั้น
ส่วนชื่อของ "เซอร์คัมซีนิทัล อาร์ค" มาจากการที่จุดศูนย์กลางของมันอยู่ตรงที่จุดกลางฟ้า หรือ "ซีนิท" นับเป็นปรากฏการณ์ที่เห็นยากกว่าเห็น "รุ้งกินน้ำ" และ "พระอาทิตย์ทรงกลด"