
เคยเห็นแต่ภาพสายรุ้งตั้งพาดท้องฟ้าอย่างสวยงาม แต่ท้องฟ้าที่เมืองเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ทำให้ผู้ที่พบเห็นประหลาดใจ ที่เจอรุ้งหงายบนฟ้าเหมือนรูป "หน้ายิ้ม"
ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า "เซอร์คัมซีนิทัล อาร์ค (Circumzenithal arc)" แม้จะคล้ายรุ้งแต่ไม่ใช่รุ้ง เพราะเกิดจากการหักเหของแสงอาทิตย์ ผ่านผลึกน้ำแข็งแนวนอนที่มีขนาดเท่าๆ กับเม็ดเกลือในก้อนเมฆบางประเภท
เวบไซต์ http://funscience.gistda.or.th/rainbow/skyobserver.html อธิบายไว้ว่า "เซอร์คัมซีนิทัล อาร์ค" มีรูปร่างเป็นโค้งสีรุ้ง ขนาดประมาณ 1 ใน 4 ของวงกลม จุดศูนย์กลางอยู่ที่จุดกลางฟ้า สีฟ้าจะอยู่ด้านในของโค้ง ขณะที่สีแดงจะอยู่ด้านนอกของโค้ง เป็นตำแหน่งสีที่ตรงข้ามกับรุ้งกินน้ำ
"เซอร์คัมซีนิทัล อาร์ค" เกิดเมื่อดวงอาทิตย์อยู่ที่ตำแหน่ง 0-32.2 องศาจากขอบฟ้า แต่ที่ 0 องศา และ 32.2 องศาจะสว่างน้อยมาก และสว่างที่สุดเมื่อดวงอาทิตย์อยู่ในตำแหน่ง 22 องศา มันมีสีสันสดใสมากกว่า "รุ้งกินน้ำ หรือเรนโบว์" ที่เกิดจากฝนตก
ดร.แจ๊กเกอลีน มิตตัน นักแอสโตรฟิสิกส์ จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ผู้ที่ถ่ายรูปรุ้งหงายไว้ได้ กล่าวว่า "ตั้งแต่ฉันเกิดมาจนตอนนี้อายุ 60 ปี ก็เพิ่งเคยเห็นรุ้งหงายเป็นครั้งแรก รุ้งหงายต้องเกิดเมื่อสภาพทุกๆ อย่างบนท้องฟ้าอยู่ในลักษณะเหมาะสม คือก้อนเมฆมีผลึกน้ำแข็ง และท้องฟ้าแจ่มใส แต่ก็น่าประหลาดใจเหมือนกันที่เห็นที่เคมบริดจ์ เพราะปกติแล้วรุ้งหงายจะเกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวกว่านี้"
"เซอร์คัมซีนิทัล อาร์ค" จะหายไปจากท้องฟ้าอย่างรวดเร็วมาก เพราะเมฆที่มีผลึกน้ำแข็งเคลื่อนที่ไปที่อื่น แม้ในกลุ่มเมฆจะมีผลึกน้ำแข็งมากมาย แต่ "รุ้งหงาย" จะเกิดขึ้นโดยกลุ่มเมฆต่ำ คือ 20,000-25,000 ฟุตเท่านั้น
ส่วนชื่อของ "เซอร์คัมซีนิทัล อาร์ค" มาจากการที่จุดศูนย์กลางของมันอยู่ตรงที่จุดกลางฟ้า หรือ "ซีนิท" นับเป็นปรากฏการณ์ที่เห็นยากกว่าเห็น "รุ้งกินน้ำ" และ "พระอาทิตย์ทรงกลด"
ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า "เซอร์คัมซีนิทัล อาร์ค (Circumzenithal arc)" แม้จะคล้ายรุ้งแต่ไม่ใช่รุ้ง เพราะเกิดจากการหักเหของแสงอาทิตย์ ผ่านผลึกน้ำแข็งแนวนอนที่มีขนาดเท่าๆ กับเม็ดเกลือในก้อนเมฆบางประเภท
เวบไซต์ http://funscience.gistda.or.th/rainbow/skyobserver.html อธิบายไว้ว่า "เซอร์คัมซีนิทัล อาร์ค" มีรูปร่างเป็นโค้งสีรุ้ง ขนาดประมาณ 1 ใน 4 ของวงกลม จุดศูนย์กลางอยู่ที่จุดกลางฟ้า สีฟ้าจะอยู่ด้านในของโค้ง ขณะที่สีแดงจะอยู่ด้านนอกของโค้ง เป็นตำแหน่งสีที่ตรงข้ามกับรุ้งกินน้ำ
"เซอร์คัมซีนิทัล อาร์ค" เกิดเมื่อดวงอาทิตย์อยู่ที่ตำแหน่ง 0-32.2 องศาจากขอบฟ้า แต่ที่ 0 องศา และ 32.2 องศาจะสว่างน้อยมาก และสว่างที่สุดเมื่อดวงอาทิตย์อยู่ในตำแหน่ง 22 องศา มันมีสีสันสดใสมากกว่า "รุ้งกินน้ำ หรือเรนโบว์" ที่เกิดจากฝนตก
ดร.แจ๊กเกอลีน มิตตัน นักแอสโตรฟิสิกส์ จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ผู้ที่ถ่ายรูปรุ้งหงายไว้ได้ กล่าวว่า "ตั้งแต่ฉันเกิดมาจนตอนนี้อายุ 60 ปี ก็เพิ่งเคยเห็นรุ้งหงายเป็นครั้งแรก รุ้งหงายต้องเกิดเมื่อสภาพทุกๆ อย่างบนท้องฟ้าอยู่ในลักษณะเหมาะสม คือก้อนเมฆมีผลึกน้ำแข็ง และท้องฟ้าแจ่มใส แต่ก็น่าประหลาดใจเหมือนกันที่เห็นที่เคมบริดจ์ เพราะปกติแล้วรุ้งหงายจะเกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวกว่านี้"
"เซอร์คัมซีนิทัล อาร์ค" จะหายไปจากท้องฟ้าอย่างรวดเร็วมาก เพราะเมฆที่มีผลึกน้ำแข็งเคลื่อนที่ไปที่อื่น แม้ในกลุ่มเมฆจะมีผลึกน้ำแข็งมากมาย แต่ "รุ้งหงาย" จะเกิดขึ้นโดยกลุ่มเมฆต่ำ คือ 20,000-25,000 ฟุตเท่านั้น
ส่วนชื่อของ "เซอร์คัมซีนิทัล อาร์ค" มาจากการที่จุดศูนย์กลางของมันอยู่ตรงที่จุดกลางฟ้า หรือ "ซีนิท" นับเป็นปรากฏการณ์ที่เห็นยากกว่าเห็น "รุ้งกินน้ำ" และ "พระอาทิตย์ทรงกลด"


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น